"ร้อนๆแบบนี้ต้องไปกินไอติม Jai Yen Cafe"
เมนูที่ทำให้อยากมาเลยต้องยกความดีให้เจ้าเป็ดน้อยตัวนี้
บรรยากาศของร้าน ตกแต่งน่ารักมากๆเลย แบบอยากถ่ายรูปเก็บไว้ทุกมุม 555 โชคดีช่วงที่เราไปไม่มีคนเลย (เราไปช่วงตอนเที่ยงคนคงยังกินของคาวกันอยู่)
"ภาพบรรยากาศภายนอกและภายในร้าน"
แบบน้องเป็ดที่สั่งมานี้มีชื่อเมนูเป็นทางการว่า Summer Beach Ice Cream น้องพนักงานบอกว่าเลือกไอศครีมได้ 2 รสชาติ
รสชาติไอศครีม : ให้คะแนน 7/10 ค่ะ ตอนแรกคิดว่าไอศครีมจะเยอะถึงก้นถัง แต่เปล่าค่ะ ประมาณครึ่งนึงได้ จะมีถ้วยพลาสติกข้างในอยู่อีกชั้นนึง กินพอสวย และน้องเป็ดแข็งมากค่ะ ไม่แน่ใจว่าทานได้รึเปล่า แต่ไม่ได้ทาน
รสชาติเครื่องดื่ม : น้ำลิ้นจี่ อร่อยสั้นๆเลยค่ะ ให้ 9/10 ชอบๆๆ
"ใจเย็นสาขานี้กว้างขวาง มีที่นั่ง outdoor & indoor ที่จอดรถเยอะค่ะ ร้านนี้อยู่ทองหล่อ ซอย 13 ขวามือกลางๆ ซอยก่อนถึง รพ สมิติเวช ให้สังเกตคือผ่านสี่แยกเล็กๆ มาจะเจอ Nihonmura เราอยู่หัวมุมตึก Civic Park ฝั่งน้ำพุของ Nihonmura ค่ะ ถ้าขับมาจากฝั่งสมิติเวช ให้สังเกตตึก Nihonmura เราจะถึงก่อน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างๆ น้ำพุเข้ามาจอดด้านหลังตึก Civic Park ได้เลยค่ะ
สาขาทองหล่อเปิดทุกวัน 12:00-22:00
ใจเย็นคาเฟ่ตอนนี้มี 2 สาขาที่ ทองหล่อ 13 & พารากอน และสาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวจะเปิดปลายเดือนพฤษภาคมนะคะ" - Jai Yen Cafe Facebook
ออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นคอซีรี่ย์แบบติดมาก (แค่เรื่องไหนดังๆได้ดูหมดเท่านั้นเอง 5555) เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ตั้งใจจะดู แต่อยากรอให้ฉายจบซะก่อน แต่แล้วก้อมีตัวกระตุ้นบางอย่างให้ดูเร็วขึ้นนั่นคือ กระแสข่าวที่นายกพูดถึง ทำให้ซีรี่ย์เรื่องนี้ดังยิ่งขึ้น คราวนี้แหล่ะ ต่อมความอยากแตกกระจายค่ะ ดูเลยทันที ซึ่งตอนนั้นเพิ่งฉายไปได้ 8 ตอนเท่านั้นเอง อดทนดูแค่วันละตอนเพื่อไม่ให้ลงแดงมาก คือบอกเลยเรื่องอื่นๆดูไปสักพักจะติด แต่เรื่องนี้คือฟินจิกหมอนได้ตั้งแต่ตอนแรกเลย พระนางอะไรจะต่อปากต่อคำกันเก่งเพียงนี้ ใครที่หลงมาดูเรื่องนี้บอกเลย ติดหนึบตั้งแต่ตอนแรก เฝ้ารอที่ Kodhit ทุกวันพฤ. และวันศุกร์ เว็บนี้แปลกันไวจริงๆ มีบางช่วงที่ดูไม่ได้ต้องพึ่งที่นี่เลย doosubthai
พูดถึงเนื้อหา พระเอกเป็นทหารอยู่หน่วยรบพิเศษคอยป้องกันประเทศที่เก่งเว่อร์ๆแบบเกิดคำถามว่ามีอยู่จริงๆหรอ ส่วนนางเอกเป็นหมอผ่าตัดฝีมือดี โดยหลักๆของเรื่องนี้ที่สัมผัสได้ คือการที่ทำให้คนดูอย่างเราๆรู้สึกได้ถึงความรับผิดชอบในภาระหน้าที่ของตัวเอง ซื่อสัตย์ต่ออาชีพที่ตนเองเลือกเดิน ยึดความดีและความถูกต้อง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่คนเราลืมไปแล้วในทุกวันนี้ แต่การดำเนินเรื่องก็ไม่ได้เน้นสาระจนขาดอรรถรส ในระหว่างทางยังคงมีเรื่องราวความรัก ความน่ารักของพระเอก นางเอก ไม่เว้นแม้แต่คู่รอง หรือนักแสดงประกอบทุกคนที่อยู่ในเรื่องนี้ ทำให้เราหลงรักซีรี่ย์เรื่องนี้อย่างไม่รู้ตัว
สำหรับเราแล้วการดึงนักแสดงอย่างซงจุนกิ (Song Joong-ki) และ ซองเฮเคียว (Song Hye-kyo) ไม่ได้มีผลกับการดูซีรี่ย์เรื่องนี้เลยเพราะไม่เคยรู้จักพระเอก และเคยรู้จักนางเอกจากเรื่อง Autumn in my heart กับ Full House เท่านั้น ไม่ได้ชื่นชอบเป็นส่วนตัวหรือติดตามผลงานในทุกๆเรื่อง แต่ซีรี่ย์เรื่องนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าการที่จะทำให้คนมาสนใจในสิ่งที่นำเสนอออกมานั้น ไม่ใช่องค์ประกอบจากนักแสดงเพียงอย่างเดียว การเขียนบท เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องนั้นล้วนมีส่วนประกอบที่จะทำให้ผลงานออกมาดีได้
ย้อนกลับมามองละครไทย ที่มีให้ดูอยู่ทุกวัน วันละหลายเวลา ฉายวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไหนจะเรื่องที่เอามารีเมคอีก ถ้าลดฉากตบตี แย่งผู้ชายกันออกไปได้ก็คงจะดีไม่น้อย
รีวิวเก่าเก็บเมื่อครั้งไปเที่ยวเขาใหญ่ ณ ตอนนี้คงน้อยคนที่จะไม่รู้จัก The Chocolate Factory
The Chocolate Factory มี 2 สาขา คือที่เขาใหญ่ และพัทยา วันนี้ที่จะพาไปคือที่เขาใหญ่ค่ะ
The Chocolate Factory มี 2 สาขา คือที่เขาใหญ่ และพัทยา วันนี้ที่จะพาไปคือที่เขาใหญ่ค่ะ
เมื่อจอดรถเป็นที่เรียบร้อย เข้ามาภายในจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนของร้านอาหารอิตาเลี่ยน และส่วน Workshop Chocolate เราเข้ามาในส่วนของ Workshop Chocolate ก่อนค่ะ
เข้าประตูมาจะเจอกรอบรูปที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของช็อคโกแลตตั้งอยู่หน้าห้องกระจก ที่เป็นส่วนทำขนม ภายในห้องกระจกจะมีพนักงานมาทำช็อคโกแลตกันให้ดูแบบสดๆเลย ตรงมุมนี้จะมีช็อคโกแลตดีไซน์เป็นรูปแบบต่างๆโชว์อยู่อีกด้วยค่ะ บางอย่างไม่น่าเชื่อเลยว่าจะทำมาจากช็อคโกแลตจริงๆ
หลังจากได้ดูกรรมวิธีการผลิตช็อคโกแลตแล้ว กลับหลังหันก็จะพบกับตู้ Display ขนมเค้ก มาการอง และเหล่าขนมหวานต่างๆ แต่ละอย่างชวนน่าทาน เลือกไม่ถูกเลย
นอกจากจะสามารถสั่งขนมหวานมานั่งทานชิวๆได้แล้ว ยังมีมุมของฝาก สามารถซื้อขนมกลับไปทานที่บ้านได้ด้วยนะ
มาต่อกันที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยนค่ะ ตรงนี้ต้องเดินจากส่วน Workshop มาอีกด้านหนึ่ง เมนูอาหารมีหน้านี้หน้าเดียวเลยค่ะ รสชาติอิตาเลี่ยนจริงๆของแท้เลย
ใครผ่านไปผ่านมา เคยเห็นแต่ยังไม่เคยเข้าไปเยี่ยมชม ก็ลองเข้าไปเดินเล่นดูได้นะคะ
ที่ตั้ง : 352 Moo 2 Thanarat Rd. T. Musee Pakchong Nakhon Ratchasima 30130
ที่ตั้ง : 352 Moo 2 Thanarat Rd. T. Musee Pakchong Nakhon Ratchasima 30130
GPS : 14.5621662 , 101.4040513
เปิดตัวกันไปไม่นาน iPhone SE ก็ขายดิบขายดีแบบถล่มถลายเพิ่มกำลังการผลิตแทบไม่ทัน ในประเทศไทยอีกไม่กี่วันก็จะได้เป็นเจ้าของกันแล้ว เรามาเลือกเคสที่จะใช้ปกป้องสมาร์ทโฟนให้อยู่คู่กับเราไปนานๆดีกว่าค่ะ
โดยในวันนี้ทาง iThumbUP ได้เลือกเคสจากแบรนด์ที่มีคนนิยมมากที่สุดแบรนด์หนึ่งนั่นคือ SPIGEN นั่นเอง ตัวที่เราจะรีวิววันนี้คือรุ่น Crystal Shell ในรุ่นนี้มี 2 สีให้เลือกคือ Crystal Clear และ Rose Gold ซึ่งตัวที่เรารีวิววันนี้เป็นสี Rose Gold ค่ะ
เครื่องที่เราจะใช้ในการรีวิวจะเป็น iPhone 5 นะคะ ซึ่งเคสของ iPhone SE, iPhone 5s และ iPhone 5 สามารถใส่ด้วยกันได้ค่ะ
เริ่มแรก ถ่ายภาพรวมกันก่อน ตัวกล่องเป็นแบบเปิดด้านบน จะมีที่ดึงให้เปิดโดยง่ายค่ะ เปิดออกมาจะเจอกับเคส Crystal Shell สี Rose Gold ที่มีสติกเกอร์แปะอยู่แบบนี้เลยค่ะ ก่อนใช้ให้ดึงสติกเกอร์ใสที่แปะอยู่ออกทั้งสองด้านเลยนะคะ จะได้เคสที่ใสกริ๊งแน่นอนค่ะ
ด้านในเคสตรงขอบและมุมต่างๆ และด้านนอกเคสตรงช่วงปุ่มกด - เคสนี้จะทำจาก Polycarbonate และ TPU โดยด้านหลังจะเป็นพลาสติกแข็งแบบใส เพื่อโชว์ความงามของตัวเครื่องโทรศัพท์ได้อย่างเต็มที่ ส่วนตรงขอบนั้นจะทำจาก TPU เป็นยางนิ่ม คลุมรอบตัวเครื่อง ปกป้องตัวเครื่องได้ 360 องศา
สังเกตตรงมุมทั้ง 4 ด้านจะได้รับการออกแบบมาพิเศษเพื่อรองรับแรงกระแทก โดยใช้เทคโนโลยี Air Cushion ที่ได้รับการรับรองระดับ Mil-Grade จะช่วยซับ และกระจายแรงเพื่อลดความเสียหายกับตัวเครื่องค่ะ
เมื่อใส่โทรศัพท์เข้าไปแล้ว ด้านหน้าตรงขอบโทรศัพท์ ได้มีการออกแบบให้ตัวเคสยกสูงขึ้นจากหน้าจอเล็กน้อย เพื่อป้องกันหน้าจอโทรศัพท์เป็นรอยเมื่อวางโทรศัพท์คว่ำหน้า
ช่องพอร์ทต่างๆเว้นไว้ได้อย่างพอดี ลงตัว ปุ่มกดทุกปุ่มสามารถกดได้โดยง่าย
โดยรวมแล้ว เคสจากแบรนด์นี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังค่ะ การออกแบบและการดีไซน์ทำได้อย่างลงตัว ถือจับถนัดมือไม่ลื่นหลุดง่าย และยังคงคุณสมบัติในการปกป้องไว้อีกด้วย ใครกำลังมองหาเคส iPhone SE สวยๆอยู่ ลองพิจารณาตัวนี้ดูได้นะคะ ^^
ราคา 990 บาท พร้อมส่งฟรี EMS ค่ะ


























